อนาคตมือถือ 3G …ขยายฐานลูกค้า โจทย์ที่ท้าทายของผู้ให้บริการ
09-05-2008 19:19 เขียนโดย นาเดีย (อ่านแล้ว 4,927 คน)
9 พ.ค.–ศูนย์วิจัยกสิกรไทย / Distributor - Bisnews AFE
ปีที่ 14 ฉบับที่ 2069 วันที่ 9 พฤษภาคม 2551
อนาคตมือถือ 3G …ขยายฐานลูกค้า โจทย์ที่ท้าทายของผู้ให้บริการ (ฉบับส่งสื่อมวลชน)
เทคโนโลยีการสื่อสารของโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในยุคแรก (First Generation: 1G) ก็พัฒนาไปสู่ยุคที่ 2 (2G) ทำให้มีคุณภาพของเสียงชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งเริ่มเกิดบริการที่ไม่ใช่เสียง (Non-Voice) เช่น SMS MMS เป็นต้น ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาไปสู่ยุคที่ 2.5 (2.5G) ซึ่งเป็นการพัฒนาบริการ Non-Voice ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกิดอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Internet) ผ่านระบบ GPRS หรือ EDGE อย่างไรก็ตาม บริการ Non-Voice ยังไม่สามารถเติบโตได้สูงมากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านประสิทธิภาพและความเร็วในการรับส่งข้อมูล ทำให้ Content ที่ให้บริการยังคงมีจำกัดและไม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีนัก จึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบการสื่อสารไปสู่ยุคที่ 3 (3G) ซึ่งเป็นการพัฒนาให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพและความรวดเร็วมากขึ้น ขณะที่บริการด้านเสียงก็ยังคงมีคุณภาพอยู่ โดยได้เริ่มมีใช้งานกันอย่างแพร่หลายแล้วในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในยุค 2.5G แต่ก็เริ่มมีการทดลองให้บริการระบบ 3Gในบางพื้นที่แล้ว นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบการสื่อสารไร้สายของไทยศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงทำการวิเคราะห์ถึงแนวทางในการลงทุนพัฒนาโครงข่าย ประโยชน์ที่จะได้รับจากระบบ 3G ตลอดจนความพร้อมของผู้ใช้บริการ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

แนวทางและความคืบหน้าในการพัฒนาระบบ 3G ในประเทศไทยในกรณีของประเทศไทยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ให้ความสนใจที่จะพัฒนาโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการ 3G แต่ยังคงมีความล่าช้า เนื่องจากเดิมมีแนวทางที่จะพัฒนาระบบ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ 2100 MHz แต่มีความล่าช้าในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้หาทางออกเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการระบบ 3G ได้เร็วที่สุด โดยมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่พัฒนาระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิม ซึ่งผู้ให้บริการก็ตอบรับนโยบายดังกล่าว โดยในช่วงเริ่มต้นจะเป็นการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี HSPA (High Speed Packet Access) สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สาย (Wireless Broadband Internet) ส่งผลให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะต้องทำการขอใบอนุญาตในการนำเข้าอุปกรณ์ในการพัฒนาโครงข่ายจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในขณะนี้มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์จาก กทช.แต่ก็ไม่ถือว่าได้เปรียบมากนัก เนื่องจากยังต้องรอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดว่า กทช. จะออกใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ให้แก่ผู้ให้บริการทั้งหมดหลังจากออกหลักเกณฑ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของใบอนุญาตการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ก็คาดว่า กทช. จะสามารถกำหนดหลักเกณฑ์และอนุมัติใบอนุญาตได้ภายในปีนี้เช่นกัน
การลงทุนพัฒนาโครงข่ายในระบบ 3G
จากการแข่งขันกันลดราคาค่าบริการการโทร ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (Average Revenueper User: ARPU) ลดต่ำลง ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงต้องปรับตัวเพื่อแสวงหารายได้จากบริการ Non-Voiceมากขึ้น การขยายการลงทุนจึงมุ่งไปสู่แนวทางการพัฒนาระบบ 3G สำหรับในปี 2551 ที่ผู้ให้บริการจะเปิดให้บริการระบบ 3G ผ่านเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่เดิมไปก่อนนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผู้ให้บริการจะใช้เงินลงทุนสำหรับการพัฒนาในครั้งนี้ไม่สูงนัก เนื่องจากการพัฒนา 3G บนคลื่นความถี่เดิมนี้เป็นเพียงการหาทางออกชั่วคราวในการพัฒนาไปสู่ระบบ 3G และมองว่าการที่ผู้ให้บริการเปิดให้บริการระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมนั้น เป็นเพียงการทดสอบตลาดและประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทราบถึงระบบ 3G อีกทั้งหากผู้ให้บริการเปิดให้บริการระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมก็อาจต้องจ่ายค่าสัมปทานตามรูปแบบเดิม ซึ่งในมุมมองของผู้ให้บริการอาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์มากนัก ทั้งนี้ คาดว่าเงินลงทุนในการพัฒนาระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมในปี 2551 โดยรวมจะมีประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท และจะเป็นการลงทุนเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้นสำหรับการลงทุนพัฒนาระบบ 3G อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ กทช. ได้ออกหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตอย่างชัดเจนแล้วในประมาณปลายปี 2551 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผู้ให้บริการจะลงทุนพัฒนาโครงข่ายไปสู่ระบบ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ เนื่องจากมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามมาตรฐานสากล ตลอดจนต้นทุนที่ต้องจ่ายให้แก่ภาครัฐอาจจะต่ำกว่าการให้บริการบนคลื่นความถี่เดิม โดยคาดว่าผู้ให้บริการแต่ละรายจะต้องใช้เงินลงทุนในการพัฒนาระบบไม่ต่ำกว่าประมาณ30,000-40,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี หลังได้รับใบอนุญาต โดยจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จะลงทุนในจังหวัดสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้นระยะที่ 2 จะลงทุนในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง และระยะที่ 3 จะเป็นการลงทุนครอบคลุมทั้งประเทศอย่างไรก็ตาม หลังจากการลงทุนในระยะที่ 1 คาดว่าผู้ให้บริการจะต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายในการขยายฐานลูกค้า Non-Voice ให้เพิ่มสูงขึ้น โดยจะต้องมุ่งเน้นการทำตลาดระบบ 3G ไปสู่คนส่วนใหญ่ (Mass Market) เพราะหากมุ่งทำตลาดเฉพาะกลุ่มเพียงอย่างเดียวก็อาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเพิ่มรายได้รวมทั้งยังสูญเสียโอกาสในการแสวงหารายได้จากฐานลูกค้าในกลุ่มใหญ่ด้วย ส่วนการลงทุนในระยะที่ 2 และ 3 เพื่อขยายพื้นที่บริการให้เพิ่มมากขึ้นนั้น ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความเสี่ยงต่อโอกาสการคุ้มทุนของผู้ให้บริการ โดยเงื่อนไขที่จะกำหนดขอบเขตและกรอบเวลาของการลงทุนในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมและการตอบรับของผู้บริโภค สถานการณ์การแข่งขันในตลาดทั้งคู่แข่งขันรายเดิมและรายใหม่ สถานะทางการเงินของผู้ให้บริการ ภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินของประเทศ กฎระเบียบของภาครัฐ เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลให้ระยะเวลาการลงทุนที่ได้ประเมินไปข้างต้นเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นเงื่อนไขในการลงทุนระยะต่อไป คือ การตอบรับของผู้บริโภคต่อระบบ 3G โดยในมุมมองของผู้ให้บริการอาจให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่แต่เทคโนโลยีก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการให้บริการ ซึ่งการตอบรับของผู้บริโภคจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของบริการด้านเครือข่าย ขณะที่เครื่องลูกข่ายก็ต้องมีราคาที่เหมาะสม ตลอดจน Content ก็ต้องตอบสนองและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค จากทิศทางดังกล่าวจะทำให้การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการควรจะเน้นไปที่การทำตลาดร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้จัดจำหน่ายเครื่องลูกข่าย และผู้ให้บริการ Content ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นโจทย์สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้ให้บริการระบบ 3G ในการชักจูงให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมมือกัน นอกจากนี้ Package ที่จะนำเสนอต่อผู้บริโภคนั้น จะต้องสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยด้วย อีกทั้งการขยายฐานลูกค้าในการให้บริการระบบ 3G จะต้องขยายไปสู่ผู้บริโภคในระดับทั่วไปให้ได้มากที่สุด กล่าวคือจะต้องพัฒนา Content ให้มีความหลากหลาย ง่ายต่อการใช้งาน และตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้ เช่น บันเทิง กีฬา ข่าวสาร การเงิน เป็นต้น
เปิดรับผู้สนับสนุนเว็บ Techkr.com 12,000+UIP/วัน ที่ละ 800 บาท/เดือนเท่านั้น
เตรียมพบ Pligg 1.0 Final อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์พร้อมภาษาไทยเต็มรูปแบบ
เว็บ Pligg ในไทย
ซูซาน บอยล์ได้รับเชิญไปร้องเพลงต่อหน้าประธานาธิบดีโอบามาในวันประกาศอิสระภาพ 4 ก.ค.
ซูซาน บอยล์ เธอเป็นแรงบรรดาลใจ และได้ที่ 1 จากใจคนทั่วโลก
ดูวีดีโอการแสดงของแต่ละคนทั้งที่ 1-2-3 จากผลการตัดสิน Britain’s Got Talent
กรี๊ดดดๆๆๆ !!! ไม่ยอมมมม เมื่อ Diversity ชนะ ซูซาน บอยล์ (Susan Boyle) ใน Britain’s Got Talent Final
อีกครั้งกับเพลง I Dreamed A Dream จากซูซาน บอยล์ ในรอบตัดสิน Susan Boyle - Britain’s Got Talent Final
ซูซาน บอยล์รอบตัดสิน (รอบสุดท้าย) Susan Boyle - Britain’s Got Talent The Final
ซูซาน บอยล์ (Susan Boyle) ในเพลง Memory [Cats] รายการ Britains Got Talent 2009 Season 3 Semi Final Show 1




11-02-2009 10:55 http://www.thai-songs.com
รอมานานแล้วเมื่อไรจะมีซักที
11-02-2009 10:59 http://www.thai-songs.com
comment ไม่ได้ครับ งง