อนาคตมือถือ 3G …ขยายฐานลูกค้า โจทย์ที่ท้าทายของผู้ให้บริการ
09-05-2008 19:19 เขียนโดย นาเดีย (อ่านแล้ว 8,377 คน)
9 พ.ค.–ศูนย์วิจัยกสิกรไทย / Distributor - Bisnews AFE
ปีที่ 14 ฉบับที่ 2069 วันที่ 9 พฤษภาคม 2551
อนาคตมือถือ 3G …ขยายฐานลูกค้า โจทย์ที่ท้าทายของผู้ให้บริการ (ฉบับส่งสื่อมวลชน)
เทคโนโลยีการสื่อสารของโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในยุคแรก (First Generation: 1G) ก็พัฒนาไปสู่ยุคที่ 2 (2G) ทำให้มีคุณภาพของเสียงชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งเริ่มเกิดบริการที่ไม่ใช่เสียง (Non-Voice) เช่น SMS MMS เป็นต้น ต่อมาก็ได้มีการพัฒนาไปสู่ยุคที่ 2.5 (2.5G) ซึ่งเป็นการพัฒนาบริการ Non-Voice ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกิดอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Internet) ผ่านระบบ GPRS หรือ EDGE อย่างไรก็ตาม บริการ Non-Voice ยังไม่สามารถเติบโตได้สูงมากนัก เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านประสิทธิภาพและความเร็วในการรับส่งข้อมูล ทำให้ Content ที่ให้บริการยังคงมีจำกัดและไม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีนัก จึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบการสื่อสารไปสู่ยุคที่ 3 (3G) ซึ่งเป็นการพัฒนาให้การรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพและความรวดเร็วมากขึ้น ขณะที่บริการด้านเสียงก็ยังคงมีคุณภาพอยู่ โดยได้เริ่มมีใช้งานกันอย่างแพร่หลายแล้วในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในยุค 2.5G แต่ก็เริ่มมีการทดลองให้บริการระบบ 3Gในบางพื้นที่แล้ว นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบการสื่อสารไร้สายของไทยศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงทำการวิเคราะห์ถึงแนวทางในการลงทุนพัฒนาโครงข่าย ประโยชน์ที่จะได้รับจากระบบ 3G ตลอดจนความพร้อมของผู้ใช้บริการ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

แนวทางและความคืบหน้าในการพัฒนาระบบ 3G ในประเทศไทยในกรณีของประเทศไทยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ให้ความสนใจที่จะพัฒนาโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการ 3G แต่ยังคงมีความล่าช้า เนื่องจากเดิมมีแนวทางที่จะพัฒนาระบบ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ 2100 MHz แต่มีความล่าช้าในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้ใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม ภาครัฐได้หาทางออกเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการระบบ 3G ได้เร็วที่สุด โดยมีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่พัฒนาระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิม ซึ่งผู้ให้บริการก็ตอบรับนโยบายดังกล่าว โดยในช่วงเริ่มต้นจะเป็นการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี HSPA (High Speed Packet Access) สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สาย (Wireless Broadband Internet) ส่งผลให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะต้องทำการขอใบอนุญาตในการนำเข้าอุปกรณ์ในการพัฒนาโครงข่ายจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในขณะนี้มีผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์จาก กทช.แต่ก็ไม่ถือว่าได้เปรียบมากนัก เนื่องจากยังต้องรอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยคาดว่า กทช. จะออกใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ให้แก่ผู้ให้บริการทั้งหมดหลังจากออกหลักเกณฑ์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ในส่วนของใบอนุญาตการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ก็คาดว่า กทช. จะสามารถกำหนดหลักเกณฑ์และอนุมัติใบอนุญาตได้ภายในปีนี้เช่นกัน
การลงทุนพัฒนาโครงข่ายในระบบ 3G
จากการแข่งขันกันลดราคาค่าบริการการโทร ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (Average Revenueper User: ARPU) ลดต่ำลง ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงต้องปรับตัวเพื่อแสวงหารายได้จากบริการ Non-Voiceมากขึ้น การขยายการลงทุนจึงมุ่งไปสู่แนวทางการพัฒนาระบบ 3G สำหรับในปี 2551 ที่ผู้ให้บริการจะเปิดให้บริการระบบ 3G ผ่านเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่เดิมไปก่อนนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผู้ให้บริการจะใช้เงินลงทุนสำหรับการพัฒนาในครั้งนี้ไม่สูงนัก เนื่องจากการพัฒนา 3G บนคลื่นความถี่เดิมนี้เป็นเพียงการหาทางออกชั่วคราวในการพัฒนาไปสู่ระบบ 3G และมองว่าการที่ผู้ให้บริการเปิดให้บริการระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมนั้น เป็นเพียงการทดสอบตลาดและประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทราบถึงระบบ 3G อีกทั้งหากผู้ให้บริการเปิดให้บริการระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมก็อาจต้องจ่ายค่าสัมปทานตามรูปแบบเดิม ซึ่งในมุมมองของผู้ให้บริการอาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์มากนัก ทั้งนี้ คาดว่าเงินลงทุนในการพัฒนาระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิมในปี 2551 โดยรวมจะมีประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท และจะเป็นการลงทุนเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้นสำหรับการลงทุนพัฒนาระบบ 3G อย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ กทช. ได้ออกหลักเกณฑ์การขอใบอนุญาตอย่างชัดเจนแล้วในประมาณปลายปี 2551 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าผู้ให้บริการจะลงทุนพัฒนาโครงข่ายไปสู่ระบบ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่ เนื่องจากมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตามมาตรฐานสากล ตลอดจนต้นทุนที่ต้องจ่ายให้แก่ภาครัฐอาจจะต่ำกว่าการให้บริการบนคลื่นความถี่เดิม โดยคาดว่าผู้ให้บริการแต่ละรายจะต้องใช้เงินลงทุนในการพัฒนาระบบไม่ต่ำกว่าประมาณ30,000-40,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี หลังได้รับใบอนุญาต โดยจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จะลงทุนในจังหวัดสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้นระยะที่ 2 จะลงทุนในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง และระยะที่ 3 จะเป็นการลงทุนครอบคลุมทั้งประเทศอย่างไรก็ตาม หลังจากการลงทุนในระยะที่ 1 คาดว่าผู้ให้บริการจะต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายในการขยายฐานลูกค้า Non-Voice ให้เพิ่มสูงขึ้น โดยจะต้องมุ่งเน้นการทำตลาดระบบ 3G ไปสู่คนส่วนใหญ่ (Mass Market) เพราะหากมุ่งทำตลาดเฉพาะกลุ่มเพียงอย่างเดียวก็อาจต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเพิ่มรายได้รวมทั้งยังสูญเสียโอกาสในการแสวงหารายได้จากฐานลูกค้าในกลุ่มใหญ่ด้วย ส่วนการลงทุนในระยะที่ 2 และ 3 เพื่อขยายพื้นที่บริการให้เพิ่มมากขึ้นนั้น ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความเสี่ยงต่อโอกาสการคุ้มทุนของผู้ให้บริการ โดยเงื่อนไขที่จะกำหนดขอบเขตและกรอบเวลาของการลงทุนในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น พฤติกรรมและการตอบรับของผู้บริโภค สถานการณ์การแข่งขันในตลาดทั้งคู่แข่งขันรายเดิมและรายใหม่ สถานะทางการเงินของผู้ให้บริการ ภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินของประเทศ กฎระเบียบของภาครัฐ เป็นต้น ซึ่งอาจส่งผลให้ระยะเวลาการลงทุนที่ได้ประเมินไปข้างต้นเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นเงื่อนไขในการลงทุนระยะต่อไป คือ การตอบรับของผู้บริโภคต่อระบบ 3G โดยในมุมมองของผู้ให้บริการอาจให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่แต่เทคโนโลยีก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการให้บริการ ซึ่งการตอบรับของผู้บริโภคจะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของบริการด้านเครือข่าย ขณะที่เครื่องลูกข่ายก็ต้องมีราคาที่เหมาะสม ตลอดจน Content ก็ต้องตอบสนองและสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค จากทิศทางดังกล่าวจะทำให้การนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการควรจะเน้นไปที่การทำตลาดร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้จัดจำหน่ายเครื่องลูกข่าย และผู้ให้บริการ Content ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นโจทย์สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้ให้บริการระบบ 3G ในการชักจูงให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมมือกัน นอกจากนี้ Package ที่จะนำเสนอต่อผู้บริโภคนั้น จะต้องสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยด้วย อีกทั้งการขยายฐานลูกค้าในการให้บริการระบบ 3G จะต้องขยายไปสู่ผู้บริโภคในระดับทั่วไปให้ได้มากที่สุด กล่าวคือจะต้องพัฒนา Content ให้มีความหลากหลาย ง่ายต่อการใช้งาน และตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ได้ เช่น บันเทิง กีฬา ข่าวสาร การเงิน เป็นต้น

$50 Google Adwords Voucher คูปองเงินสด 1,600 บาท
Invite บิทแลกเทมเพลต Pligga มูลค่า 545 บาทฟรีคะ
จะเลือกใครดีระหว่าง “3BB 10Mb” กับ “True 10Mb และ 12Mb”
“3BB 10Mb” ราคา “1,490 บาท” ใหญ่แค่ไหนก็โหลดได้หมด แรง…ชัวร์ ที่นี่ที่เดียว โทร 1103
ได้ทีขี้ช้างไล่ “3BB” เปิดตัว “24Mb” พร้อม “พอลล่า” เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่
บ้าเกาหลี… ทำไมมีแฟนไม่ได้… ด่าคนชาติเดียวกัน…
เปิดรับผู้สนับสนุนเว็บ Techkr.com 12,000+UIP/วัน
เตรียมพบ Pligg 1.0 Final อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์พร้อมภาษาไทยเต็มรูปแบบ
เว็บ Pligg ในไทย
ซูซาน บอยล์ได้รับเชิญไปร้องเพลงต่อหน้าประธานาธิบดีโอบามาในวันประกาศอิสระภาพ 4 ก.ค.




11-02-2009 10:55 http://www.thai-songs.com
รอมานานแล้วเมื่อไรจะมีซักที
11-02-2009 10:59 http://www.thai-songs.com
comment ไม่ได้ครับ งง
18-09-2009 21:01 http://www.torakom.com
ทำเว็บเกี่ยวกับโทรคมนาคมไทยคับ ถ้าสนใจข้อมูลข่าวสารและบทความด้านโทรมนาคมไปฝากแวะเยี่ยมชม http://www.torakom.com ด้วยนะคับ
07-12-2009 19:58
3จี จะมีใช้เมื่อไรคับรอนานแล้วนะคับ
17-02-2010 9:22
ประเทศลาวเขามีใช้แล้ว 3จีอายเขาจัง