อนาคตมือถือ 3G …ขยายฐานลูกค้า โจทย์ที่ท้าทายของผู้ให้บริการ
09-05-2008 19:19 เขียนโดย นาเดีย (อ่านแล้ว 8,303 คน)
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากระบบ 3G
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาและนำระบบ 3G มาใช้ในประเทศไทย สามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
1. ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
การเปิดให้บริการระบบ 3G จะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะการลงทุนและการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นจากระบบ 3G โดยการลงทุนภาคเอกชนจะมาจากการลงทุนของผู้ให้บริการในการพัฒนาโครงข่าย ซึ่งคาดว่าจะมีเงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลาประมาณ 5 ปี รวมทั้งยังส่งผลให้เกิดการลงทุนจากธุรกิจสนับสนุนและเกี่ยวเนื่องต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก เช่น การลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบด้านโทรคมนาคม เป็นต้น ส่วนด้านการบริโภคก็มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากบริการและเครื่องลูกข่ายด้านโทรคมนาคม รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสัดส่วนมูลค่าการบริโภคภาคเอกชนด้านการสื่อสารและโทรคมนาคมต่อ GDPมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ราคาค่าบริการและเครื่องลูกข่ายมีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2550 มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 2.19 เพิ่มขึ้นจากปี 2542 ที่มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 1.53 นอกจากนี้ การพัฒนาระบบ 3G ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและไอทีมากขึ้น
2. ประโยชน์ต่อธุรกิจโดยตรงและเกี่ยวเนื่อง
ธุรกิจโดยตรงที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดให้บริการระบบ 3G ได้แก่ ผู้ให้บริการระบบ และผู้จัดจำหน่ายเครื่องลูกข่าย โดยในส่วนของผู้ให้บริการระบบคาดว่าหลังการเปิดให้บริการระบบ 3G จะทำให้รายได้จากบริการ Non-Voice เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะบริการ Mobile Internet และบริการรับส่งข้อมูลต่างๆ เนื่องจากระบบ 3G จะทำให้การรับส่งข้อมูลมีความเร็วและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นการพัฒนาไปสู่อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ไร้สาย ทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกรวดเร็วในการใช้งาน รวมทั้งความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ก็จะรองรับ Content การใช้งานในด้านต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น TV on Mobile, Video Call เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาแนวโน้มของรายได้จากบริการ Non-Voice เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้จากบริการ Non-Voice ในส่วนของบริการข้อมูลอื่นๆ ขณะที่รายได้จากบริการ SMS เริ่มชะลอตัวลง สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ระบบ 3G อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปี 2551 รายได้ของผู้ให้บริการจากระบบ 3G จะยังคงไม่สูงนัก เนื่องจากยังเป็นช่วงเริ่มต้นในการพัฒนาระบบและทดลองตลาด โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในกรณีที่ตลาดตอบรับเป็นอย่างดี ผู้ให้บริการจะเริ่มรับรู้รายได้อย่างชัดเจนจากการให้บริการระบบ 3G ภายในประมาณปี 2553 โดย จะทำให้สัดส่วนรายได้ของบริการ Non-Voice เติบโตไปจนมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 20 ของรายได้ทั้งหมดของผู้ให้บริการ จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณร้อยละ 10 เท่านั้นสำหรับผู้จัดจำหน่ายเครื่องลูกข่ายก็คาดว่าจะได้รับผลดีจากการเปิดใช้บริการระบบ 3G เช่นกันโดยจะทำให้ยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับระบบ 3G มีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ Smart Phone และ PDA (Personal Digital Assistant) ที่สามารถรองรับเทคโนโลยีระดับสูงได้ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าในกรณีที่ตลาดตอบรับเป็นอย่างดี จะทำให้ภายในประมาณปี 2553 ยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ Smart Phone และ PDA ที่สามารถรองรับระบบ 3G จะเติบโตจนมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ Smart Phone และ PDA ทั้งระบบ จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 เท่านั้น ในส่วนของธุรกิจเกี่ยวเนื่องก็คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาและนำระบบ 3G มาใช้เช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบด้านโทรคมนาคม รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Content สำหรับการใช้งานบนระบบ 3G ก็คาดว่าจะเกิดบริการใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นโดยจะเน้นไปที่การใช้งานที่สะดวกรวดเร็วและมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ง่ายต่อการใช้งาน ไม่ว่าผู้ใช้จะมีความรู้ด้านเทคโนโลยีหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ สามารถสรุปแนวโน้มของตัวอย่างธุรกิจเกี่ยวเนื่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ดังนี้
ประเภทธุรกิจ แนวโน้มหลังการเปิดให้บริการ 3G
- โครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ ด้านผู้ให้บริการจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากเม็ดเงินลงทุนพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารระบบ 3G เช่น การพัฒนา Cell Site การพัฒนา Network Carrier เป็นต้น
- พัฒนาระบบซอฟต์แวร์ จะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่รองรับบริการ Content ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนระบบ 3G รวมทั้งซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยเพื่อรองรับ Content ที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้น
- บริการทางการเงินออนไลน์ มีการแข่งขันกันสูง จะมีการร่วมพัฒนาระบบบริการทางการเงินระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับสถาบันการเงินมากขึ้น
- ซื้อขายออนไลน์ จะมีการพัฒนาระบบการซื้อขายออนไลน์ให้มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งจะมีสินค้าที่เข้ามาทำการซื้อขายออนไลน์เพิ่มมากขึ้น
- บริการข้อมูลออนไลน์ จะมีการเปิดให้บริการข้อมูลข่าวสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้นเช่น ข้อมูลการลงทุน ข้อมูลการเดินทางและท่องเที่ยว ข้อมูลร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งจะมีรูปแบบการให้บริการที่สร้างความสะดวกแก่ผู้ใช้มากขึ้นด้วย
- โฆษณาออนไลน์ คาดว่าจะมีปริมาณและรูปแบบการโฆษณาออนไลน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น จากเดิมที่มักจะเป็นการส่ง SMS ซึ่งอาจสร้างความรำคาญให้กับลูกค้ามากกว่าที่จะเป็นการสื่อสารทางการตลาด
- บันเทิงออนไลน์ จะมีการให้บริการด้านบันเทิงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มากขึ้น โดยเฉพาะบริการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ต่างๆ เช่น เพลงคอนเสิร์ต ภาพยนตร์ เป็นต้น โดยวิธีการดาวน์โหลดและการใช้งานจะสะดวกและง่ายต่อผู้ใช้
- กีฬาออนไลน์ จะมีบริการอัพเดทข่าวสารกีฬา ข้อมูล ตลอดจนดาวน์โหลดภาพการแข่งขันกีฬาแก่ผู้ใช้บริการอย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ
- เกมส์ออนไลน์ จะเกิดบริการเกมส์ออนไลน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างๆ มากขึ้นจากเดิมที่จะเล่นได้เฉพาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดด้านความเร็วในการรับส่งข้อมูล
3. ประโยชน์ต่อผู้บริโภค
ระบบ 3G จะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับบริการโทรคมนาคมที่ดีขึ้น โดยเฉพาะบริการด้านอินเทอร์เน็ตที่มีความเร็วและประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการ Content บนอินเทอร์เน็ตที่ต้องอาศัยความเร็วในการรับส่งข้อมูลได้มากขึ้น เช่น e-Education ที่จะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาทางไกล, e-Banking ที่จะช่วยสร้างความสะดวกสบายทางการเงิน, e-Entertainment ที่จะช่วยให้ดาวน์โหลดภาพยนตร์หรือเพลงได้รวดเร็วขึ้น เป็นต้น รวมทั้งยังช่วยให้ผู้บริโภคมีโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สูงขึ้น โดยในกรณีที่ระบบ 3G เปิดให้บริการครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว จะทำให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้มากขึ้น จากเดิมที่ต้องพึ่งพาระบบสาย ทำให้พื้นที่ที่สายโทรศัพท์ยังไม่ครอบคลุมก็จะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ หรือในบางพื้นที่ความเร็วในการให้บริการอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่สูงนัก ซึ่งการพัฒนาระบบ 3G จะช่วยให้อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม โดยในปี 2550 อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15.5 ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นมาเลเซียและเวียดนามที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 60.0 และ 21.4 ตามลำดับ รวมทั้งยังต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของทั่วโลกที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 20.0 อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้อินเทอร์เน็ตของไทยยังอยู่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียที่อยู่ที่ประมาณร้อยละ 13.7 นอกจากนี้ ระบบ 3G ยังช่วยตอบสนองพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคในเมืองใหญ่ที่มีความต้องการข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว สามารถติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างการเคลื่อนที่และนอกสถานที่ รวมทั้งมีความต้องการใช้บริการ Multimedia มากขึ้น
ความพร้อมของผู้ใช้บริการระบบ 3G ในประเทศไทยในปัจจุบันกลุ่มผู้ใช้บริการ Non-Voice ในปริมาณมาก โดยเฉพาะบริการข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ใช้ SMS และ MMS ยังมีสัดส่วนที่ไม่สูงนัก โดยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 10 ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการในกลุ่มนี้ถือว่ามีศักยภาพและกำลังซื้อสูง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุนที่ต้องรับข้อมูลข่าวสารอยู่โดยตลอด รวมทั้งต้องการระบบที่ตอบสนองการทำงานในขณะเคลื่อนที่ ในอนาคตคาดว่าหลังการลงทุนพัฒนาระบบ 3G อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้เกิดการขยายตัวของฐานผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีกำลังซื้อและชื่นชอบการใช้งานเทคโนโลยีรุ่นใหม่ และกลุ่มผู้ใช้บริการในเมืองใหญ่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการดำเนินชีวิต อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการจะต้องเร่งขยายฐานลูกค้าไปสู่คนส่วนใหญ่ที่ปัจจุบันยังไม่มีการใช้บริการ Non-Voice มากนัก เช่น กลุ่มลูกค้าที่ไม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่เห็นประโยชน์ของบริการ Non-Voice เป็นต้น เพื่อลดภาวะการแข่งขันในกลุ่มลูกค้าเดิมที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้เพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ Content ที่ให้บริการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะนี้ที่ยังมีไม่มากนัก รวมทั้งยังไม่มีความสะดวกในการใช้งานและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค สะท้อนให้เห็นจากสัดส่วนผู้ใช้บริการ Non-Voice ที่มีปริมาณยังไม่สูง อย่างไรก็ตาม หลังการเปิดใช้งานระบบ 3G จะช่วยให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายมีความเร็วมากขึ้น ส่งผลให้มีโอกาสในการพัฒนา Content ใหม่ๆ และหลากหลายมากขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้สรุปปัจจัยที่อาจมีผลต่อความสำเร็จในการให้บริการ 3G ดังนี้
ปัจจัยบวก
- + จำนวนผู้ใช้บริการ Non-Voice ยังไม่สูงนัก ทำให้มีโอกาสขยายฐานให้เพิ่มสูงขึ้นได้ในอนาคต
- + ความเร็วและคุณภาพในการให้บริการที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลดึงดูดให้ผู้ใช้บริการมีมากขึ้น
- + การแข่งขันด้านราคาของผู้ให้บริการจะ ทำให้ราคาค่าบริการไม่สูงนัก ช่วยจูงใจ ให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้น
- + การสนับสนุนของภาครัฐที่มีความชัดเจน มากขึ้น รวมทั้งควบคุมให้การแข่งขันใน ตลาดเป็นไปอย่างยุติธรรม
ปัจจัยลบ
- - การลงทุนพัฒนาโครงข่ายต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและมีความเสี่ยงในด้านโอกาสของการคุ้มทุน
- - ความล่าช้าในการออกกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ในการขอใบอนุญาตในการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ใหม่
- - จำนวนผู้ใช้บริการ Non-Voice ที่ยังไม่สูงเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการในการขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น
- - Content ยังมีไม่มากและไม่หลากหลาย
- - ความเข้าใจเรื่อง Technology ของคนไทยไม่สูงและจำกัดอยู่ในบางกลุ่มเท่านั้น
$50 Google Adwords Voucher คูปองเงินสด 1,600 บาท
Invite บิทแลกเทมเพลต Pligga มูลค่า 545 บาทฟรีคะ
จะเลือกใครดีระหว่าง “3BB 10Mb” กับ “True 10Mb และ 12Mb”
“3BB 10Mb” ราคา “1,490 บาท” ใหญ่แค่ไหนก็โหลดได้หมด แรง…ชัวร์ ที่นี่ที่เดียว โทร 1103
ได้ทีขี้ช้างไล่ “3BB” เปิดตัว “24Mb” พร้อม “พอลล่า” เป็นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่
บ้าเกาหลี… ทำไมมีแฟนไม่ได้… ด่าคนชาติเดียวกัน…
เปิดรับผู้สนับสนุนเว็บ Techkr.com 12,000+UIP/วัน ที่ละ 800 บาท/เดือนเท่านั้น
เตรียมพบ Pligg 1.0 Final อีกไม่เกิน 1 สัปดาห์พร้อมภาษาไทยเต็มรูปแบบ
เว็บ Pligg ในไทย
ซูซาน บอยล์ได้รับเชิญไปร้องเพลงต่อหน้าประธานาธิบดีโอบามาในวันประกาศอิสระภาพ 4 ก.ค.




11-02-2009 10:55 http://www.thai-songs.com
รอมานานแล้วเมื่อไรจะมีซักที
11-02-2009 10:59 http://www.thai-songs.com
comment ไม่ได้ครับ งง
18-09-2009 21:01 http://www.torakom.com
ทำเว็บเกี่ยวกับโทรคมนาคมไทยคับ ถ้าสนใจข้อมูลข่าวสารและบทความด้านโทรมนาคมไปฝากแวะเยี่ยมชม http://www.torakom.com ด้วยนะคับ
07-12-2009 19:58
3จี จะมีใช้เมื่อไรคับรอนานแล้วนะคับ
17-02-2010 9:22
ประเทศลาวเขามีใช้แล้ว 3จีอายเขาจัง